NAFTAกับผลกระทบทางการค้าของไทย

เนื่องจากกลุ่มNAFTAเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ20ขอมูลค่าการส่งออกทั้งหมด เพราะประหยัดต้นทุนการขนส่งได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากร

สำหรับผลกระทบกับสินค้าส่งออกของไทยมีดังนี้

สินค้าเกษตร ไม่กระทบมากนัก เนื่องจากเม็กซิโกมิใช่คู่แข่งของสินค้าหลัก เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ฯลฯ

สินค้าเกษตรแปรรูปคือ สับปะรดกระป๋อง

สินค้าประมง เช่น กุ้ง ไทยเป็นผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ในอเมริกาเหนือ

สิ่งทอและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าฝ้าย

รองเท้า จีนยังครองตลาดรองเท้าในสหรัฐและแคนนาดา ส่วนไทยและเม็กซิโกมีอัตราส่งออกไม่มากนัก

ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนแผงวงไฟฟ้า เม็กซิโกจะได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุน โดยประเทศญี่ปุ่น

การขายทอดตลาด

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจ ต้องการได้เงินมาทำธุรกิจต่อ เนื่องจากสถานการณ์การเงินไม่ดี ไม่สามารถชำระหนี้ธนาคารได้ หรือไม่สามารถพึ่งสินเชื่อธนาคารได้ จึงลดขนาดการผลิตลงด้วยการขายทอดตลาด อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร ของใช้สำนักงาน หรือ ของใช้บางอย่างซึ่งจะมีราคาต่ำกว่าปกติทั่วไป ผู้ซื้อสามารถซื้อได้ราคาถูก เเละประหยัดเวลาที่จะต้องรอผลิตจากโรงงานต่างประเทศ

ขั้นตอนการผลิต

เป็นการแสดงถึงกระบวนการผลิตนับตั้งแต่การนำวัตถุดิบเข้าสู่จุดเริ่มต้นวิธีการเตรียม และดำเนินการอย่างไรต่อการแปรสภาพ และในขบวนการมีจุดคอขวดที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตหรือไม่ ถ้ามีจะแก้ไขหรือสำรองอย่างไร รวมทั้งในการแปรสภาพจะมีการเพิ่มขึ้น – ลดลง ของน้ำหนักสินค้าสำเร็จรูปอย่างไร ผู้ประกอบการจะต้องนำเสนอในรูปของแผนผังการผลิต แสดงขั้นตอนของการผลิตในแต่ละจุด ๆ เป็นอย่างไร

สนองความคิดต้องการของผู้บริโภค

เมื่อคุณตัดสินใจดีแล้วว่าจะเลือกทำธุรกิจอะไร แต่สิ่งสำคัญที่คุณจะมองข้ามเสียมิได้คือ “ตลาด” หรือ “ ความต้องการของผู้บริโภค” มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อย ที่ทำธุรกิจแล้วไม่ประสบคามสำเร็จทั้งที่บุคคลเหล่านั้นมีความรู้ และประสบการณ์ ด้านการผลิตเป็นอย่างดี แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่ใส่ใจความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเป็นจุดสำคัญขั้นต้นที่จะมองข้ามไม่ได้ ส่วนใหญ่ผู้ลงทุนมักจะให้ความสนใจกับการผลิต แม้ว่าจะมีความสามารถในการผลิตสักเพียงใด และมีทุนดำเนินการอย่างต่อเองไม่ติดขัด หากไม่มีลูกค้าเพียงพอธุรกิจก็ยืนอยู่ไม่ได้

เมื่อไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าได้พบผู้ประกอบการมือใหม่ท่านหนึ่งตั้งโรงงานผลิตของใช้และของตกแต่งบ้านที่ทำด้วยไม้ไผ่ ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบ เอาไม้ไผ่ลำใหญ่มาทำเฟอร์นิเจอร์ ไม้ไผ่ลำขนาดย่อมนำมาทำกรอบรูป ถาดรูปเหลี่ยมรูปกลมหลายกลมหลายขนาด แจกันโป๊ะไฟ เป็นต้น ได้ลงทุนไปจำนวนปรากฏว่าเจ้าของมีความชำนาญด้านการผลิต การออกแบบ แต่ปรากฏว่ายังหาตลาดไม่ได้ ใช้เงินกองอยู่ในสต็อกจำนวนมาก ทั้งนี้ผู้ประกอบการให้ความสนใจและทุ่มเทเวลาให้การผลิตมาก คิดว่าผลิตหลายรูปแบบ คงมีคนมาสั่งซื้อ มีความมั่นใจผลิตภัณฑ์เกินไปจนลืมที่จะสนใจเตรียมหาตลาด ไว้ก่อนที่จะลงมือผลิตจำนวนมาก ทำให้ได้รับบทเรียนราคาแพงมาก

จงอย่าลืม ลูกค้าซื้อสินค้าเขาต้องมีวัตถุประสงค์บางอย่าง คือต้องการนำมาบำบัดความต้องการของเขา เช่น

ซื้อรถยนต์                              เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง

ซื้อเครื่องปรับอากาศ            เพื่อช่วยดับความร้อนให้เขา

ซื้อเซรามิคสวยงาม               เพื่อนำไปประดับบ้าน

ซื้อเฟอร์นิเจอร์                      เพื่อใช้ต้อนรับแขก

ซื้อวิตามิน                              เพื่อบำรุงร่างกาย

ซื้อขนมขบเคี้ยว                    เพื่อนำไปเป็นของฝาก

ดังนั้น ถ้าเห็นว่าสิ่งใดเป็นความต้องการของลูกค้า จงหามาตอบสนองท่านประสบความสำเร็จ

ในการทำธุรกิจ

การพิมพ์แบบออฟเซ็ท

การพิมพ์แบบออฟเซ็ท

งานพิมพ์ในโรงพิมพ์ของไทยมีพัฒนาการมากกว่า 200  ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ในสมันพระนารายณ์มหาราชจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีการหยุดชะงักไปบ้างเนื่องจากปัญหาการเมืองภายในและภายนอก แต่ก็ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นโรงพิมพ์ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน   และระบบการพิมพ์ที่ใช้กันในโรงพิมพ์อย่างกว้างขวางในไทยก็คือการพิมพ์ระบบออฟเซ็ท หรือ Offset Printing

การพิมพ์ออฟเซ็ท เป็นการพิมพ์พื้นแบบราบที่ใช้คุณสมบัติของน้ำและน้ำมันที่มีความหนาแน่นต่างกันและไม่รวมตัวกันในการพิมพ์สิ่งพิมพ์ออกมา โดยในขั้นแรกจะผ่านลูกกลิ้งที่มีน้ำก่อน เพื่อทำให้น้ำไปเกาะอยู่บนบริเวณที่ไม่ใช่ภาพที่จะพิมพ์ของแผ่นแม่พิมพ์ หลังจากนั้นจึงผ่านลูกกลิ้งที่มีหมึกเพื่อรับหมึก ซึ่งหมึกจะไม่เกาะกับแม่พิมพ์ในบริเวณที่มีน้ำแต่จะไปเกาะบริเวณที่เป็นภาพที่จะพิมพ์ หลังจากนั้นหมึกและน้ำที่เกาะอยู่บนแม่พิมพ์แล้วจะถูกถ่ายลงบนผ้ายางโดยการใช้แรงกดทับแม่พิมพ์ลงไปบนผ้ายาง ก่อนจะถูกใช้แรงกดทับลงบนกระดาษพิมพ์อีกที

สาเหตุที่ระบบการพิมพ์แบบออฟเซ็ทเป็นระบบการพิมพ์ที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน นั่นก็เพราะการพิมพ์แบบออฟเซ็ทให้ความคมชัดสูง มีคุณภาพ ภาพที่ได้สวยงามมีความละเอียดมาก นอกจากนี้การพิมพ์งานพิมพ์ในปริมาณมากยิ่งทำให้การพิมพ์แบบออฟเซ็ทมีต้นทุนที่ถูกลงเพราะใช้แม่พิมพ์แค่ชิ้นเดียวก็เพียงพอ งานที่เหมาะสมกับการใช้ระบบออฟเซ็ทในการพิมพ์งานพิมพ์ คือ

  • งานพิมพ์ในปริมาณมาก ตั้งแต่ 500 งานขึ้นไป
  • งานพิมพ์มีภาพประเภทงานกราฟฟิก ภาพหรืองานที่จะพิมพ์มีรายละเอียดมาก และภาพหรืองานที่ต้องการมีความละเอียดสูง ต้องการสีสวย มีความคมชัดสวยงาม
  • ต้องการความรวดเร็วในการพิมพ์งานพิมพ์ เพราะระบบการพิมพ์แบบออฟเซ็ท สามารถพิมพ์ได้ 5,000-1,0000 งานพิมพ์ใน1 ชั่วโมง
  • เป็นการพิมพ์หลายสี สามารถทำได้ตั้งแต่ 1 สีขึ้นไป
  • มีงบประมาณในการจัดพิมพ์เหมาะสมกับขนาดงานพิมพ์ เพราะในระบบการพิมพ์แบบออฟเซ็ท หากต้องการงานในปริมาณน้อยจะใช้ต้นทุนต่องานพิมพ์ค่อนข้างสูง แต่ถ้าต้องการงานในปริมาณมากจะใช้ต้นทุนต่องานพิมพ์ค่อนข้างถูกลง

การพิมพ์ออฟเซ็ท ในปัจจุบันมีความทันสมัยมากและยังคงมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เครื่องพิมพ์ออฟเซ็ท สามารถผลิตงานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงได้ดีขึ้น สามารถผลิตชิ้นงานได้อย่างรวดเร็ว และเครื่องพิมพ์ออฟเซ็ทในไทยมีใช้อยู่หลายขนาด และนิยมใช้ในการผลิตงานประเภทงานพิมพ์บนกระดาษ เช่น แผ่นพับ ใบปลิว หนังสือ วารสาร นิตยสาร โบรชัวร์  แคตตาล็อก  เป็นต้น

 

โรงพิมพ์ที่ดีต้องสามารถพิมพ์งานได้ทุกประเภทด้วยคุณภาพ สวย สมราคา

โรงพิมพ์

โรงพิมพ์ที่ดีต้องสามารถพิมพ์งานได้ทุกประเภทด้วยคุณภาพ สวย สมราคา อีกทั้งควรมีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระดาษทุกชนิด เช่น บรรจุภัณฑ์ หนังสือ แฟ้มเอกสาร ใบปลิว สติ๊กเกอร์ ฉลากสินค้า ปฏิทิน เป็นต้น เรายังให้บริการเกี่ยวกับงานพิมพ์และเทคนิคพิเศษหลังงานพิมพ์แบบครบวงจร เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าที่สุด ซึ่งในวันนี้เรามีตัวอย่างงานพิมพ์ที่มีผู้นำมาใช้บริการในโรงพิมพ์อยู่บ่อยครั้ง จะมีอะไรบ้างนั้นเราไปติดตามพร้อมๆกันค่ะ

(1.) การรับพิมพ์ปฏิทินแขวนแบบในรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการของคุณลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ปฏิทินจีน โดยทั่วไป ปฏิทินจีน จะมีอยู่ 2 แบบ ด้วยกัน กล่าวคือ ปฏิทินจีนแขวนแบบดูดวงและแบบบันทึก ส่วนมากจะพิมพ์ด้วยสีพิเศษ 2 สี คือสีแดงทอง กับน้ำเงิน บ้างก็น้ำเงินคล้ำๆ แล้วแต่ทางโรงพิมพ์ บางโรงพิมพ์อาจจะใช้สีน้ำเงินคราม แต่ลูกค้าบางรายต้องการแบบตาราง เป็นแบบของตัวเอง หรือต้องการให้โรงพิมพ์ออกแบบเป็นสีอื่น หรือ รูปแบบอื่น ทางโรงพิมพ์ไหนๆก็ทำได้ เนื่องจากส่วนตารางทางโรงพิมพ์เป็นผู้ทำเอง จึงมีความยืดหยุ่นสามารถทำได้หลากหลาย ทำแบบที่ลูกค้าต้องการได้ ลูกค้าบางท่านมีแบบหลายแบบ คือ แต่ละเดือนแบบจะไม่เหมือนกันทางโรงพิมพ์ก็มีวิธีลดต้นทุนให้ลูกค้าได้ลองขอราคาเทียบกับโรงพิมพ์อื่นดูได้ หรือลูกค้าบางท่านต้องการตารางเป็นสีแดงดำ หรือ ต้องการทำตารางเป็นแบบ 4 สี โรงพิมพ์ส่วนใหญ่ก็จะสามารถทำได้หมด หรือถ้าบริษัทท่านมีแผนกกราฟฟิคอยากจะออกแบบเองก็ขอแบบตารางทางโรงพิมพ์ไปทำได้ แต่การทำแบบนี้ได้ต้องมียอดการสั่งพิมพ์ที่มากหน่อยนะคะไม่งั้นราคาจะสูงมากทีเดียว

(2.) การรับพิมพ์ปฏิทินตั้งโต๊ะในรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการของคุณลูกค้า หากลูกค้าต้องการออกแบบปฏิทินตั้งโต๊ะ หรือปฏิทินใดๆ คุณลูกค้าก็สามรถสั่งได้โดยตรงกับทุกโรงพิมพ์ ทางโรงพิมพ์ทั่วไปจะมีการจัดรูปแบบตารางไว้ให้คุณลูกค้านำไปใช้ได้เลย เพียงลูกค้าออกแบบจัดวางในส่วนรูปภาพ ก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องเสียเวลามาทำตารางปฏิทินเอง ไฟล์งานท่านสามารถขอเป็น PDF หรื AI ก็ได้แล้วแต่ท่านสะดวก โดยหลักๆแล้วปฏิทินตั้งโต๊ะจะมีให้เลือกอยู่ 6 แบบ ประกอบไปด้วย

ปฏิทินตั้งโต๊ะแบบ 8 แผ่น โดยมีรูปภาพเต็มหน้ากระดาษ

ปฏิทินตั้งโต๊ะแบบ 8 แผ่น โดยมีรูปภาพครึ่งหน้ากระดาษ

ปฏิทินตั้งโต๊ะแบบ 8 แผ่น อยู่ในรูปแบบแนวนอน 1 หน้า และ ตาราง 2 เดือน

ปฏิทินตั้งโต๊ะแบบทั้ง 8 แผ่น และ 14 แผ่น

ปฏิทินตั้งโต๊ะได้ทั้ง 8 แผ่น และ 14 แผ่น โดยมีรูปภาพอยู่ด้านข้าง

ปฏิทินตั้งโต๊ะแบบตาราง อยู่ในรูปแบบแนวตั้ง

ปฏิทินตั้งโต๊ะแบบตาราง 14 แผ่น

การเลือกโรงพิมพ์

โรงพิมพ์

การเลือกโรงพิมพ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะได้งานพิมพ์ที่ดีคุณภาพสูง วิธีหนึ่งในการเลือกโรงพิมพ์ ก็พิจารณาจากตัวอย่างงานหรือผลงานของโรงพิมพ์นั้น ๆ ก็ย่อมสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกได้ คุณภาพงานพิมพ์จะออกมาดีมีคุณภาพมาตรฐานตรงตามความต้องการขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้

  1.          การจัดทำต้นฉบับ ซึ่งปัจจุบันมีซอฟแวร์สำหรับจัดทำต้นฉบับ ในปัจจุบันแม้จะมีผู้สามารถใช้ซอฟแวร์ดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก แต่การจัดทำต้นฉบับที่ดีมีคุณภาพ เป็นที่ดึงดูดสายตาซึ่งยังผลให้ประสบความสำเร็จในสิ่งพิมพ์นั้น ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในออกแบบ การจัดวางองค์ประกอบในหน้าแต่ละหน้า นอกจากนี้ในการจัดทำต้นฉบับมักจะมีภาพประกอบ ภาพที่นำมาใช้จำเป็นต้องเป็นภาพที่ดีมีคุณภาพ หากต้องการรายละเอียดของภาพ ภาพนั้น ๆ ต้องเป็นภาพที่คมชัดมีความละเอียดของภาพไม่ต่ำกว่า 350 dpi มีสีสรรที่ดี การจัดทำต้นฉบับที่ดีเมื่อผ่านขบวนการต่าง ๆ ในการจัดพิมพ์จึงจะได้งานพิมพ์ที่ดี ในทางตรงข้ามหากต้นฉบับไม่ดี เช่นภาพไม่คมชัด ก็ไม่สามารถจัดทำงานพิมพ์ที่ดีได้
  2.          การทำแม่พิมพ์/เพลท เมื่อได้ต้นฉบับที่ดี ขั้นต่อไปคือการทำเพลทที่ดีมีคุณภาพ เครื่องมือเครื่องไม้ที่ใช้ในการทำเพลทต้องเป็นเครื่องมือที่ดี นอกจากนี้ช่างผู้ทำหน้าที่ต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ขบวนการจัดทำเพลทต้องอยู่ในมาตรฐาน เมื่อได้เพลทที่ดี หากต้องทำปรู๊ฟก็จัดทำให้ได้มาตรฐาน การปล่อยหมึกแต่ละสีต้องควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่มากไปหรือน้อยเกินไป สีทุกสีต้องซ้อนทับตรงกัน
  3.          การพิมพ์ การพิมพ์ที่ดีต้องอาศัยเครื่องจักรที่ดี ช่างพิมพ์ที่มีความสามารถ ขบวนการพิมพ์ต้องอยู่ในมาตรฐาน หากมีเครื่องจักรที่ดีแต่ช่างพิมพ์ขาดความสามารถก็อาจได้งานพิมพ์ออกมาไม่ดี พิมพ์สีผิดเพี้ยนบ้าง พิมพ์สีซ้อนทับไม่ตรงบ้าง พิมพ์สีได้ไม่สดสวย ไม่มีความลึกของภาพบ้าง ฯลฯ ดังนั้นการเลือกใช้โรงพิมพ์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โรงพิมพ์ที่คิดราคาถูกเพียงใด หากงานพิมพ์ที่ได้ ไม่มีคุณภาพเพียงพอ ก็จะเป็นการสูญเสียทั้งเงินทองและเวลา ซึ่งบางครั้งไม่อาจไม่มีเวลาในการแก้ไขได้เลย
  4.           วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ ซึ่งได้แก่ กระดาษ หมึก เป็นปัจจัยสำคัญ กระดาษประเภทเดียวกันความหนาเท่าเทียมกัน มิได้หมายความว่าคุณภาพจะเหมือนกัน กระดาษที่มีราคาถูกมักมีคุณภาพที่ด้อยลงด้วย โรงพิมพ์ที่ดีจะคัดสรรกระดาษที่ดีให้แก่ลูกค้า สำหรับหมึกก็เช่นกัน หมึกบางชุดพิมพ์งานได้ออกมาสดสวยงดงาม ในขณะที่หมึกบางชุดพิมพ์ออกมาสีค่อนข้างหมอง โรงพิมพ์ที่มีคุณภาพจะรู้จักเลือกหมึกที่ถูกต้องมาใช้กับงานแต่ละประเภทอีกด้วยค่ะ